การผลัดเซลล์ผิวหน้า (Chemical peeling)

แชร์หน้านี้

วันนี้จะมาพูดถึงกลไกหนึ่ง ที่ช่วยในเรื่องของสิว ก็คือ การผลัดเซลล์ผิวโดยใช้กรดเป็น active ingredients มารู้จักกันทีละตัว
Alpha Hydroxy Acids (AHAs):
AHAs เป็นกรดที่ชอบน้ำส่วนใหญ่มาจากผลไม้และนม ฟอร์มที่ใช้กันบ่อยสุดจะเป็น glycolic acid (จาก sugar cane), lactic acid (จากนม), citric acid (จากพวกผลส้ม), malic acid (แอปเปิ้ล) และ mandelic acid (จากถั่วอัลมอนด์) หน้าที่ก็คือ

  1. Exfoliation: คือการผลัดเซลล์ผิวชั้นนอก เพื่อกำจัดเศษซากผิวที่ตายแล้วออก หรือเราเรียกว่าขี้ไคล ให้วงจรการผลัดผิวเป็นไปอย่างธรรมชาติ จึงช่วยให้ผิวกระจ่างขึ้นและผิวสัมผัสเนียนขึ้น
  2. Collagen Boost: AHAs สามารถกระตุ้นสารสร้างคอลลาเจนได้ ทำให้ผิวเฟิร์มและยืดหยุ่นขึ้น จึงช่วยลดพวกริ้วรอยตื้นๆได้
  3. Hydration: จากการที่เค้าผลัดผิวชั้นนอกสุดออกไป จึงทำให้ผิวสามารถดูดซับน้ำ และความชุ่มชื้นได้มากขึ้น ทำให้ผิวเต่งตึงอุ้มน้ำได้ดีขึ้น
  4. Hyperpigmentation: AHAs ช่วยทำให้จุดด่างดำจางลงได้ จากการผลัดเซลล์ผิว ทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้นได้
    แต่ๆๆ ก็มีข้อควรระวัง ในการใช้ความเข้มข้นที่สูงเกินไป หรือใช้ถี่เกินไป ก็จะเกิดการผลัดเซลล์ผิวที่มากเกินไป กลายเป็นผิวลอก เป็นขุยได้ หรือแสบหน้า หน้าแดงได้ ดังนั้น ควรใช้ AHAs ในความเข้มข้นที่เหมาะสม และไม่ควรใช้ถี่จนเกินไป อาจจะเริ่มจากสัปดาร์ละ 2 ครั้ง ให้ผิวหน้าปรับได้ก่อน แล้วค่อยเพิ่มความถี่เป็นต้น
    Beta Hydroxy Acids (BHAs):
    BHAs เป็นกรดที่ชอบน้ำมัน กรดที่ใช้กันบ่อยที่สุดและแทบจะเป็นต้วเดียวที่ใช้อยู่ก็คือ salicylic acid ในเมื่อชอบน้ำมัน ถึงเป็นกรดที่เหมาะกับผิว oily หรือ acne-prone skin เพราะเค้าสามารถลงลึกไปถึงชั้นรูขุมขนที่เต็มไปด้วยน้ำมันได้
  5. Deep Cleansing: BHAs สามารถทะลุทะลวงลึกไปในรูขุมขน ละลายไขมันส่วนเกิน ลดการอุดตัน จึงเป็นตัวเลือกหลักๆ ของผู้ที่ต้องการลดสิว และการอุดตันของสิว
  6. Anti-Inflammatory: Salicylic acid มีฤทธิ์ต้ายการอักเสบ ลดแดง ได้อีกด้วย
  7. Exfoliation: เหมือน AHAs คือ BHAs สามารถผลัดเซลล์ผิวได้ จากการผลัดเซลล์ผิว ทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้นได้เหมือนกัน
  8. Preventing Breakouts: BHAs มีจุดเด่นในเรื่องของการป้องกันการเกิดสิวใหม่ เพราะสามารถละลายไขมันจากรูขุมขนได้

ข้อควรระวังคล้ายๆกับ AHA คือสามารถเกิดการระคายเคืองได้หากใช้ความเข้มข้นสูง และใช้ถี่เกินไป และการใช้ BHA ช่วงแรกๆ อาจจะมีการดันสิวออกมา ทำให้รู้สึกเหมือนสิวเห่อขึ้นในช่วงแรกๆ

การรักษาสิว อาจจะใช้ตัวใดตัวหนึ่ง หรือทั้งสองอย่าง combined กัน ซึ่งได้ผลดีกว่า จากงานวิจัยที่เป็น meta-analysis ชี้ว่า การรักษาสิวในระดับ mild – moderate (ระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง)ที่ได้ผลดีที่สุด คือการใช้ กลุ่ม Retinoids(กรดวิตามินเอในรูปแบบยา, เรตินเอ) + Benzoyl peroxide (Benzac) ส่วนรองลงมาคือการใช้ combined ระหว่าง BHA + mandelic acid และการ combined นี้ยังให้ผลการรักษาทื่สูงกว่าการใช้ AHA (Glycolic acid) มากถึง 16.8%
หรืองานวิจัยบางเปเปอร์ก็ทดสอบ lipohydroxy acid (LHA) กับ Salicylic acid (BHA) พบว่า LHA สามารถลดจำนวนสิวที่ไม่อักเสบ ได้ดีกว่า BHA ถึง 10%

ทางเลือกผู้อ่อนแอ แต่ไม่ยอมแพ้ไป ก็คือ สูตร combine ระหว่าง AHAs ตัวที่อ่อนโยนที่สุด และ LHA ที่พัฒนามาจาก BHA นั่นเอง